วิธีปลูกมันฝรั่ง (Potato)

มันฝรั่ง

มันฝรั่ง เป็นพืชผักที่มีอายุปีเดียว มีถิ่นกำเนิดอยู่แถวอเมริกาใต้ ส่วนหัวที่ใช้บริโภคคือส่วนของลำต้นใต้ดิน บางครั้งมันฝรั่งถูกเรียกว่า Tris potato เนื่องจากว่าชาวไอริชได้นำเข้าไปในอเมริกา ราว ค.ศ. 1719 มันฝรั่งถูกนำไปปลูกทางภาคเหนือตามเทือกเขามาช้านาน เข้าใจว่าชาวจีนเป็นผู้นำเข้ามา มันฝรั่งถือว่าเป็นอาหารหลักอันดับ 1 ใน 5 ของพืชเศรษฐกิจของโลก มันฝรั่งเป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกันกับมะเขือเทศ ดังนั้น ในการออกดอกออกผลจึงคล้ายกัน แต่ดอกและผลของมันฝรั่งนำมารับประทานไม่ได้ และยังไม่มีอิทธิพลต่อการสร้างหัวของมันฝรั่งเลย

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของมันฝรั่ง

มันฝรั่งชอบดินร่วน ความชื้นในดินพอประมาณ และต้องโดนแสงแดดเต็มที่ตลอดวันอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตประมาณ 15-20 องศาเซลเซียส

การเตรียมดินและการปลูกมันฝรั่ง

เนื่องจากมันฝรั่งมีระบบรากตื้น และส่วนที่อยู่ใต้ผิวดินเป็นส่วนที่เราจะบริโภค หน้าดินที่เตรียมแล้วควรลึกประมาณ 25 เซนติเมตร ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวดีแล้วลงไปในการย่อยดินด้วย ควรยกแปลงขึ้นเป็นลูกฟูก หรืออาจทำแปลงหลังแบนขนาดกว้าง 1-1.2 เมตร ก็ได้ในพวกแปลงลูกฟูก ควรปลูก 1 แถวในส้นลูกฟูก แต่ในแปลงหลังแบน สามารถปลูกได้ 2 แถว

การปลูกใช้หัวซึ่งเรีกยว่า tuber อาจใช้ทั้งหัวหรือตัดแบ่งหัวพันธุ์ก็ได้ หากตัดแบ่งจะประหยัดพันธุ์ลงไปได้มาก หากใช้ทั้งหัวจะใช้ประมาณ 200-250 กิโลกรัมต่อไร่ แม้ว่าการตัดแบ่งหัวพันธุ์จะประหยัดก็จริง แต่จะประสบกับปัญหาการเน่าเสียได้ง่ายกว่าการปลูกทั้งหัว

หัวที่นำมาทำพันธุ์นั้นจะต้องผ่านการพักตัวมาแล้ว ซึ่งกินเวลาประมาณ 2-4 เดือนหลังเก็บเกี่ยว หัวที่จะนำมาปลูกควรแตกหน่อยาวประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร การตัดแบ่งหัวใช้มีดหั่นตัด แต่ละชิ้นจะต้องมีตา 1 ตาอยู่บนชิ้นส่วน และชิ้นส่วนไม่ควรเล็กเกินไป หลังจากตัดต้องทิ้งผึ่งไว้ให้แผลแห้ง แล้วนำไปชำในที่ร่มบนกระบะขี้เถ้าแกลบที่ชื้น หลังจากหน่องอกประมาณ 10 วันหลังจากชำ จึงนำไปปลูกในแปลง

การปลูกขุดหลุมแล้วเอาหัวพันธุ์หยอดลงในหลุมลึกประมาณ 8-10 เซนติเมตร กลบด้วยดินละเอียด หรือปุ๋ยคอกปุ๋ยหมักเก่า แล้วรดน้ำให้ชุ่ม ระยะปลูกที่ใช้ประมาณ 40 – 60 – 75 เซนติเมตร

การดูแลรักษามันฝรั่ง

  1. การให้น้ำ หลังปลูกควรให้น้ำสม่ำเสมอ หากชื้นแฉะมากเกินไป จะทำให้หัวที่ปลูกเน่าได้เนื่องจากเชื้อราในดินเข้าทำลาย และหากมันลงหัวแล้ว ดินมีน้ำมากเกินไปจะทำให้ผิวของหัวดูดน้ำเข้าไปมาก จะมีรอยแตกระแหงเป็นสะเก็ดไม่สวยนิยมการให้น้ำแบบเข้าร่องปลูก (Furrow system) ให้ระวังขณะที่มันลงหัวไม่ควรให้ดินขาดน้ำเพราะจะทำให้หัวมันเล็กแกร็นและคอดๆ
  2. การให้ปุ๋ย สูตรปุ๋ยที่ใช้กับมันฝรั่ง ควรมี N:P:K = 1:1:1.5 เช่น ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ในอัตรา 80-100 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง เมื่อปลูกได้ 15-20 วัน และเมื่อต้นสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ตามลำดับ อย่างไรก็ดี ควรเพิ่มธาตุ Mg แก่มันฝรั่งในปริมาณ 8-10 กิโลกรัมต่อไร่ เนื่องจากมันฝรั่งเป็นพืชผักที่ต้องการธาตุ Mg สูงมาก
  3. การพรวนดินกำจัดวัชพืช ในระยะแรกหลังปลูกควรทำบ่อยๆ เพื่อลดการแย่งน้ำและธาตุอาหาร และในการพรวนดินนี้ ต้องทำการพูนโคนต้นมันฝรั่งด้วย
  4. การพูนโคน การพรวนดินพูนโคนนี้จะช่วยทำให้มันฝรั่งลงหัวได้มาก มีผลผลิตสูง มักกระทำ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกเมื่อมันฝรั่งอายุได้ประมาณ 15-20 วัน ซึ่งในระยะนี้ต้นมันฝรั่งจะสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตร และครั้งที่ 2 เมื่อต้นอายุประมาณ 30-40 วัน พูนให้ดินกลบโคนต้นสูง 20 เซนติเมตร เหนือระดับผิวดินควรจะกระทำโดยมิให้ล่าช้ากว่ามันลงหัว เนื่องจากถ้าปฏิบัติช้าจะทำให้ผลผลิตลดลง เนื่องจากกระทบกระเทือนไหลใต้ดิน การพูนโคนนี้ยังมีผลต่อสีของหัวมันฝรั่ง เพราะหากไม่พูนโคนผิวของหัวมันฝรั่งที่อยู่ที่ผิวดินจะเป็นสีเขียว เพราะถูกแสงแดดและหัวจะไม่เจริญเติบโต หากพูนดินปิดหัวไว้จะทำให้หัวมันฝรั่งไม่โดนแสงแดด

การเก็บเกี่ยว มันฝรั่งที่ปลูกในบ้านเราเป็นพันธุ์เบา ซึ่งจะมีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 110-120 วัน หลังจากหยอดหัวพันธุ์ลงปลูกในแปลง เมื่อหัวมันเริ่มแก่ ลำต้นจะเริ่มล้มลงกับดิน ต้นและใบเหลือง การขุดควรกระทำอย่าให้เกิดบาดแผลจะทำให้เน่าง่าย เมื่อขุดมาแล้วควรคัดเอาหัวที่เน่าและเป็นแผลออกแล้วนำไปผึ่งไว้ในที่ที่มีการถ่ายเทอากาศดี โดยทั่วไปจะทำการคัดขนาดได้เป็น 3 ขนาดคือ ขนาดใหญ่จะมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของหัวตามขวาง 5 เซนติเมตร ขนาดกลางจะมีขนาด 3.5-5 เซนติเมตร และขนาดเล็กจะมีขนาดต่ำกว่า 3.5 เซนติเมตร

พันธุ์มันฝรั่ง

มันฝรั่งที่ใช้ปลูกกันในประเทศไทยมีพันธุ์ต่างๆ ดังนี้

  1. Spunta พันธุ์เบา นิยมปลูกมากลำต้นสูง ผิวของหัวสีเหลืองอ่อน เมื่อเก็บไว้นานๆ สีของผิวจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลแก่เกือบดำ พันธุ์นี้ทนแล้งพอสมควร ขนาดหัวใหญ่มาก
  2. Bintje เป็นพันธุ์เบา แข็งแรง เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ขนาดหัวค่อนข้างใหญ่ ลักษณะรูปไข่ หัวที่ผลิตได้สม่ำเสมอ เปลือกหนา เรียบ มีสีเหลืองซีดๆ เนื้อสีเหลืองอ่อน
  3. Kennebec เจริญได้ดีมาก หัวค่อนข้างใหญ่ กลมรี เนื้อสีขาว

ศัตรูและโรคมันฝรั่ง

  1. หนอนกระทู้ในดิน เป็นหนอนขนาดใหญ่ ผิวลำตัวเรียบ สีน้ำตาลดำปนเทาจะเข้าทำลายโดยกัดกินโคนต้น หรือยอดของมันฝรั่งในเวลากลางคืน นอกจากนี้ ยังสามารถกัดกินหัวทำให้เป็นแผลกว้าง ทำให้เกิดโรคเน่าเข้าทำลายได้ง่าย การป้องกันกำจัดโดยใช้ยา Dreildrin ฉีด หรือ Cabofuran โรยรอบต้นแล้วกลบลงในดิน
  2. เสี้ยนดิน คือมดชนิดหนึ่ง จะกัดทำลายหัว ทำให้เกิดแผลจึงเป็นทางให้โรคราและแบคทีเรียเข้าทำลายได้ง่าย มักทำลายขณะที่หัวยังอ่อน หรือทำลายหัวพันธุ์ การป้องกันกำจัดใช้ยา Deildrin ฉีดพ่น หรืออาจหลีกเลี่ยงการปลูกในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสมกับที่อยู่อาศัยของเสี้ยนดิน เช่น ไม่ปลูกในที่ที่มีอินทรียวัตถุมาก เช่น ป่าเปิดใหม่ เพราะเสี้ยนดินชอบอาศัยอยู่ในพื้นที่เช่นนั้น

นอกจากนี้ ยังมีแมลงอื่นๆ ที่เข้าทำลาย แต่ไม่ทำให้เกิดความเสียหายมากนัก เช่น หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนคืบกะหล่ำ เพลี้ยอ่อน เป็นต้น

โรคที่เข้าทำลายมันฝรั่ง ได้แก่ โรคใบไหม้และโรคเน่าที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเมื่อพบจะต้องกำจัดทั้งโดยการขุดไปเผาไฟ และโรคใบด่าง (Mosaic) ที่เกิดจากไวรัสก็ต้องกำจัดโดยการเผาไฟเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีโรคโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา

ปริมาณการผลิตมันฝรั่ง

มันฝรั่งที่ปลูกในบ้านเราซึ่งปลูกในฤดู คือ เดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ จะได้ผลผลิตประมาณ 1-1.5 ตันต่อไร่ หากปลูกนอกฤดูคือ เดือนเมษายน ถึงสิงหาคม และจะปลูกเฉพาะในเขตที่สูง จะได้ผลผลิตน้อยกว่า พื้นที่ปลูกที่มากที่สุดได้แก่ ภาคเหนือ มีพื้นที่ปลูก 7,207 ไร่ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ แม่ฮ่องสอน รองลงมาได้แก่ ภาคกลาง มีพื้นที่ปลูก 923 ไร่ ได้แก่ในตังหวัด อยุธยา กรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีพื้นที่ปลูก 647 ไร่ ได้แก่ ในจังหวัดอุดรธานีและนครราชสีมา