พิทูเนีย (Petunia) มีถิ่นกำเนิดที่อเมริกาใช้ การที่ได้ชื่อ “พิทูเนีย” นั้นก็เนื่องมาจากว่า นักพฤกษศาสตร์ชาวฝรั่งเศส ได้พบต้นไม้ที่ประเทศอาร์เจนตินา และขณะที่ต้นยังเล็กอยู่จะมีลักษณะคล้ายต้นยาสูบมาก และประเทศอาร์เจนตินาได้เรียกยาสูบว่า พิทุน เขาจึงให้ชื่อต้นไม้นี้ว่า พิทูเนีย
- พิทูเนีย เป็นไม้หลายฤดู (แม้ว่าขณะนี้จะนิยมปลูกเป็นไม้ฤดูเดียว) ที่มีความทนทาน มีชีวิตอยู่ได้ยืนยาวกว่าไม้ดอกล้มลุกอื่น ๆ เป็นพุ่มเตี้ย สูงราว 30 เซนติเมตร ใบรูปไข่ปลายแหลม มีขนอ่อน ๆ ตามผิวใบ
- การย้ายกล้าพิทูเนีย ทำได้ง่ายกว่าไม้ดอกชนิดอื่น ๆ
- สามารถทำให้ฟื้นได้ง่าย และเร็วกว่าไม้ดอกชนิดอื่น หรือแม้ว่าบานดอกไปชุดหนึ่งแล้ว ตัดแต่งและเลี้ยงดูใหม่ก็ยังเจริญเติบโตและให้ดอกชุดต่อไปอีกได้
- ทนแล้งได้ดี แต่ไม่ทนแฉะหรือชื้นมากไป
ขณะนี้นิยมแยกประเภทของ พิทูเนีย เป็น 5 ประเภทด้วยกัน คือ
- มีดอกชั้นเดียว มีขนาดใหญ่
- มีดอกดก ขนาดดอกเล็ก และดอกชั้นเดียว
- ดอกใหญ่และกลีบดอกซ้อนกัน
- ดอกมีขนาดเล็กแต่ดอกดกและกลีบดอกซ้อน
- มีดอกขนาดใหญ่มากเป็นพิเศษ มีทั้งกลีบดอกซ้อนและชั้นเดียว
พิทูเนีย ทั้ง 5 ประเภทที่กล่าวมานี้ เป็นประเภทดอกใหญ่ กลีบดอกชั้นเดียว น่าปลูกมากที่สุด
ลักษณะดินฟ้าอากาศที่เหมาะสม พิทูเนีย สามารถขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิด แต่จะเจริญได้ที่สุดในดินที่ร่วนซุย อากาศถ่ายเทได้สะดวก มีความอุดมสมบูรณ์ดี หรือมีอินทรีย์วัตถุในดินเพียงพอมีการระบายน้ำดี แตยังสามารถเก็บรักษาความชื้นไว้ในดินได้ดีอีกด้วย ปกติ พิทูเนียเป็นไม้ต้องการแสงมาก ขณะนี้นักผสมพันธุ์ กำลังจะผสมให้ได้พันธุ์ที่ต้องการแสงน้อยลง เพื่อประโยชน์กับผู้ปลูกที่อยู่ตอนเหนือของอเมริกา ในช่วงฤดูหนาวที่แสงแดดในช่วงที่สั้นมากและมีความเข้มของแสงน้อย
พิทูเนียสามารถขยายพันธุ์ ได้ 2 วิธี คือ
1. โดยใช้เมล็ดปลูก เมล็ดของพิทูเนีย มีขนาดเล็กมาก คือประมาณ 185,000-200,000 เมล็ด ต่อน้ำหนัก 1 ออนซ์ แล้วแต่พันธุ์ คือ เมื่อเทียบกับเมล็ดดอกไม้ชนิดอื่น ๆ แล้ว นับว่ามีขนาดค่อนข้างเล็กมาก ฉะนั้น จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมากที่จะเพาะเมล็ดให้ได้ต้นเต็มตามจำนวนที่ควรจะได้
ดินที่ใช้สำหรับเพาะเมล็ดจะต้องเป็นดินค่อนข้างจะละเอียด สะอาด และปราศจากเชื้อโรค ใช้ทรายก่อสร้างที่ร่อนแล้ว ผสมกับปุ๋ยมะพร้าว (ที่นำเอาเส้นใยไปใช้แล้ว เหลือเฉพาะปุ๋ย) ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 คลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วผสมน้ำให้ขึ้นพอประมาณ (ไม่แฉะ)
กระบะที่ใช้เพาะเมล็ด จะใช้ลังน้ำอัดลมเก่า ๆ หรือ ตะกร้าพลาสติกโปร่ง ๆ ก็สะดวกดี บรรจุทรายที่ผสมกับปุ๋ยมะพร้าวและเคล้ากับน้ำให้ชื้น แล้วใส่ไปในกระบะประมาณ ครึ่งเซนติเมตร โดยให้ร่องห่างกันประมาณ 1 นิ้ว (จะได้ประมาณ 7-8 ร่องต่อกระบะ)
หลังจานั้นให้นำเมล็ดที่จะเพาะประมาณ 500 เมล็ด ผสมกับทรายที่ร่อนแล้วประมาณ 2 ช้อนชา คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วค่อย ๆ หยอดเมล็ดลงไปตามร่องที่ทำไว้ทั้ง 7-8 ร่อง ให้แต่ละร่องได้รับเมล็ดเท่า ๆ กัน เสร็จแล้วกลบร่องด้วยทราย และปุ๋ยมะพร้าวที่ผสมไว้แล้ว ตบเบา ๆ ด้วยท่อนไม้เล็ก ๆ เช่น แปลงลบกระดาน รดน้ำด้วยฝักบัวที่มีหัวละเอียด ๆ จนเปียก ปิดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ หรือกระดาษอะไรก็ได้โดยให้ขนาดของกระดาษเท่ากับกระบะ หรือตะกร้าพอดี ไม่ใหญ่จนเหลือเป็นขอบกระดาษขึ้นมา หรือเล็กจนปิดทราย ปุ๋ยมะพร้าว ไม่มิด แล้วรดน้ำไปบนกระดาษจนเปียกและรดน้ำเช้าเย็นต่อไปอีก 3-4 วัน หลังจาก 3 วันไปแล้ว
ก่อนจะรดน้ำ ควรเปิดกระดาษออกดู สำรวจดูว่า เมล็ดพิทูเนียงอกทั่วกันหรือยัง (ถ้าเป็นเมล็ดใหม่และมีคุณภาพดี จะมีเปอร์เซ็นต์ความงอกประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ คือประมาณ 420 ต้น) ควรจะปิดกระดาษไว้คงเดิม และรดน้ำบนกระดาษเช้า-บ่าย ต่อไปอีก 2-3 วัน เมื่อได้สำรวจดูว่าจำนวนที่งอกใกล้เคียงกับที่กะไว้ ให้เอากระดาษออกแล้วปิดด้วยกระจกใสแทน ทั้งนี้เพื่อที่จะช่วยรักษาความชื้นไว้ ถ้าไม่ปิดด้วยกระจก ทำให้ดินแห้งเร็วเกินไป ต้องรดน้ำบ่อย ๆ ทำให้ต้นกล้าช้ำ และเน่าตายในที่สุด แต่ถ้าปิดด้วยกระจก จะช่วยลดจำนวนการรดน้ำลงไป คือรดตามความจำเป็นเท่านั้น
พิทูเนีย มีข้อดีตรงที่ว่า สามารถทนต่อการย้ายได้ดีกว่า ฉะนั้น หลังจากเพราะแล้วประมาณ 10-20 วัน (ไม่ควรเกิน 15 วัน ขนาดของต้นพิทูเนีย เท่าจอกแหนเล็ก ๆ) โดยใช้ดินสดดำและปากคีบช่วยเป็นเครื่องมือในการย้าย ถ้าทำได้และทำด้วยความระมัดระวัง พิทูเนียจะโตวันโตคืนยิ่งกว่าทิ้งต้นไว้ในกระบะเพาะรอจนเกิดใบจริง เครื่องปลูก (medium) ที่ใช้สำหรับย้ายกล้าในระยะนี้ ยังคงใช้ทรายกับปุ๋ยมะพร้าวในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 อยู่เช่นเดิม ระยะปลูก 1 คูณ 1 และเริ่มผสมปุ๋ยใบ ลงไปในน้ำอย่างเจือจางที่ใช้รดทุกวัน
2. โดยใช้ยอกปักชำ วิธีการขยายพันธุ์ โดยวิธีนี้ ปกติจะไม่นิยม เพราะได้จำนวนต้นน้อยกว่าการขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด และอีกประการหนึ่งเนื่องจากพิทูเนีย เป็นพืชที่ค่อนข้างจะมีเนื้ออ่อน และอวบน้ำและยังมีขนอ่อน ๆ ขึ้นอยู่ทั่วไป ตามต้น กิ่งก้านและใบ ทำให้เกิดปัญหาในการปักชำ เพราะจทำให้ต้นเน่าได้ง่าย โดยเฉพาะในแปลงปักชำที่ใช้ระบบการให้น้ำแบบพ่อหมอก ถ้าจะเลี่ยงควรจะปักชำในกระบะหรือกระถาง แล้วหุ้มกระบุหรือกระถางด้วยถุงพลาสติก เพื่อรักษาความชื้น พร้อมกับมีระบบการให้น้ำก้นกระถาง ยอดพิทูเนียที่ใช้ชำมีขนาดประมาณ 3 นิ้ว ก็เพียงพอ ถ้าจะให้ดีควรจุ่มยากันรา และผึ่งให้แห้งก่อนปักชำ ใช้เวลาประมาณ 8-12 วัน พิทูเนียจะออกรากแล้วย้ายปลูกได้
วิธีการปลูกพิทูเนีย
เมื่อย้ายกล้าปลูกในกระบะมีระยะปลูก 1 คูณ 1 แล้ว ควรเริ่มผสมปุ๋ยใบที่มีไนโตรเจนสูงลงไปในน้ำที่ใช้รดทุก ๆ เช้า-บ่าย ได้เลย โดยผสมอย่างเจือจาง (1 ช้อนชา ต่อน้ำ 1 แกลลอน) พิทูเนียจะเจริญเติบโตได้ดีมาก ระยะเวลาที่อยู่ในกระบะนี้ประมาณ 20 วัน จากนี้แล้วจึงย้ายปลูกในกระถาง 3 นิ้ว (ตื้น) (ที่ชาวสวนใช้ปลูกผักเป็ด เวอร์บีนาและไม้อื่น ๆ ขายในราคากระถางละ 1 บาท) ดินที่ใช้ปลูกในระยะนี้ควรจะเป็นดินผสมที่จะใช้ปลูกจริง ๆ ซึ่งจะกล่าวต่อไปภายหลัง โดยมีการรดน้ำ 2 ครั้ง เช้า-บ่าย ให้ปุ๋ยในน้ำทุกหยดที่รด
หลังจากย้ายปลูกในกระถาง 3 ประมาณ 30 วัน จึงย้ายปลูกในแปลงปลูกต่อไป หรือจะย้ายลงกระถางที่ใช้ปลูกจริง ๆ กระถางที่ใช้แขวนก็ได้
ดินสำหรับปลูกพิทูเนีย
ควรจะเป็นดินผสมขึ้นมาใหม่ อาจไม่ต้องใช้ดินแท้ผสมเลยก็ได้ พิทูเนียชอบดินร่วนซุยอากาศถ่ายเทได้ดี ระบายน้ำดี และเก็บความชื้นได้ดีด้วย มีความอุดมสมบูรณ์พอ มีอินทรียวัตถุมาก ซึ่งได้จากการผสมวัสดุที่หาได้ง่ายในแต่ละท้องถิ่น อาทิ ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยเทศบาล ทราย ปุ๋ยมะพร้าว แกลบผุ หรือเปลือกถั่ว หรือขี้กบ เป็นต้น ในสัดส่วน ดังนี้
- ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเทศบาล 901 2 ส่วน
- ทราย 1 ส่วน
- ปุ๋ยมะพร้าว 1 ส่วน
- แกลบผุ หรือ เปลือกถั่ว 1 ส่วน
ส่วนผสมดังกล่าวมานี้ในปริมาณ 1 คิวบิคเมตร ควรจะผสมกระดูกป่น 1 กิโลกรัม ปุ๋ยซุปเปอร์ ฟอสเฟต 1 กิโลกรัม และปุ๋ยผสม 14-14-14 หรือใกล้เคียงอีก 2 กิโลกรัม และไม่ควรจะผสมปุ๋ยเหล่านี้ลงไป ในดินผสมทิ้งไว้นาน
พันธุ์พิทูเนียที่ใช้ปลูก
- ถ้าต้องการดอกมีขนาดใหญ่มาก มีสีขาว เหมาะสำหรับปลูกไม้ในภาชนะแขวน และปลูกเป็นกลุ่มประดับแปลง ควรใช้พันธุ์ Wlite Cascade
- ถ้าต้องการดอกมีขนาดใหญ่ เป็นต้นมีสีแดงเหมาะสำหรับปลูกเป็นไม้กระถางใช้พันธุ์ Red Cascade
- ถ้าต้องการดอกสีม่วงเข้ม ใช้พันธุ์ Old Glory Blue
- ถ้าต้องการดอกสีม่วงอ่อน ใช้พันธุ์ Sugar Daddy
ยังมีพันธุ์พิทูเนียที่มีสองสีในดอกเดียวกันรูปดาว มีทั้งสีแดง-ขาวและม่วง-ขาว การที่จะปลูกพิทูเนียแบบสองสีนี้ให้ได้สัดส่วนของสีทั้งสองเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ ดังเช่นถ้าต้องการให้ส่วนที่เป็นสีแดง หรือสีม่วงมากกว่าสีขาว ควรจะจัดเป็นปัจจัยและสภาพแวดล้อมให้กับพิทูเนีย ดังต่อไปนี้
- ให้พิทูเนียได้รับแสงน้อยลง
- ให้ปุ๋ยมาก ๆ
- ปลูกในที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็น
- รดน้ำมาก ๆ
ในทางตรงข้าม ถ้าเราจัดเป็นปัจจัยและสภาพต่าง ๆ ให้ตรงข้ามกับที่กล่าวมาแล้ว จะได้ส่วนของสีขาวมากกว่าสีแดง หรือ สีม่วง
การดูแลรักษาพิทูเนีย
จะต้องมีการฉีดพ่นยาไว้ล่วงหน้าเป็นประจำ อาทิตย์ละครั้ง อาจจะฉีดพ่นยากันราทุกวันจันทร์ และยาฆ่าแมลงทุกวันพุธ ส่วนจะใช้ยี่ห้อใด ก็แล้วแต่สะดวก
