วิธีปลูกชมพู่ (Rose Apple)

ชมพู่

ชมพู่ เป็นไม้ผลที่ปลูกในเขตเมืองร้อนชนิดหนึ่ง สามารถปลูกเป็นไม้ประดับบ้านหรือเก็บผลเพื่อรับประทานสดได้ มีรสอร่อย หอมหวาน ปลูกง่าย ไม่ค่อยมีโรคและแมลงรบกวน ชมพู่บางชนิดที่ปลูกในประเทศไทย ทำรายได้ให้กับเจ้าของสวนได้มาก เช่นชมพู่ที่จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือ หวานและหอมมาก รสอร่อย ขายได้ราคาดี แต่โดยมากชมพู่มักปลูกเป็นไม้ในบ้านเพียงต้นเดียวหรือสองต้นเพื่อประดับบ้านเท่านั้น เพราะเวลาออกดอก ดอกจะสวยและมีกลิ่นหอม และผลก็สามารถเก็บรับประทานได้ ผลใช้รับประทานสดหรือใช้ทำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ทำเยลลี่ แยม หรือนำมาแช่อิ่มเก็บไว้ได้นาน

ลักษณะทั่วไปของชมพู่

ชมพู่มีใบและดอกสวยงาม ดอกมีเกสรตัวผู้ยาว สีขาว กลิ่นหอมทั้งดอกและผล จึงใช้เป็นไม้ประดับได้ดี เป็นไม้ผลขนาดกลาง ปลูกมากในเขตร้อน ขึ้นได้ทั้งในที่แห้งแล้งและชุ่มชื้น ในอินเดียปลูกมากทางใต้ ในไทยปลูกตามริมฝั่งน้ำที่ขึ้นลงสะดวก เช่น กรุงเทพฯ ชาวสวนนั้นมักปลูกชมพู่แซมไว้ตามสวนผมไม้ราคาสูง เช่น เงาะ ทุเรียน ไม่ค่อยพบปลูกเป็นสวยขนาดใหญ่

ถิ่นกำเนิดของชมพู่

ชมพู่มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย อินเดียเป็นศูนย์กลางการปลูกชมพู่ เช่น ชมพู่สาแหรก น้ำดอกไม้ แก้มแหม่ม กะหลาป๋า ม่าเหมี่ยว ฯลฯ ในอังกฤษเรียกชมพู่ว่า Rose apple เพราะชมพู่มีกลิ่นหอมคล้ายดอกกุหลาบ ผลคล้าย apple โดยเฉพาะชมพู่ม่าเหมี่ยวและชมพู่สาแหรก ซึ่งคล้าย apple ในสหรัฐอเมริกาได้มีการนำชมพู่เข้าไปปลูกในเขตอบอุ่นค่อนข้างร้อนของประเทศ เช่น แถบรัฐฟลอริดาตอนใต้

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของชมพู่

Eugenia jambos, Linn. มีชนิดเดียวได้แก่ ชมพู่น้ำดอกไม้

  • ลำต้น ต้นสูง 5-10 เมตร ลำต้นเรียบ แตกกิ่งแถวโคนต้น ยอดเป็นพุ่มแหลม มีกิ่งก้านพอสมควร
  • ใบ เป็นแบบ lanceolate ปลายใบ very acuminate ใบยาว 5-8 นิ้ว กว้าง 1-2 นิ้ว ใบหน้าเป็นมัน ใบเรียงตัวแบบ opposite ขอบใบเรียบ (entire) ก้านใบสั้น
  • ดอก สีเขียวแกมขาว มีเกสรตัวผู้จำนวนมาก มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ดอกเป็น complete flower
  • ผล สีเขียวอ่อน เนื้อสีขาว บาง อ่อน และกรอบ รสหวาน มีไส้เป็นปุ๋ย กลิ่นหอม ผลรูปร่างแบบ pyriform ขนาด 1.5-2 นิ้ว
  • เมล็ด เมล็ดมี 1-4 เมล็ด เป็น Polyembryonic seed มีการทดลองเพาะเมล็ดในประเทศอินเดียเมื่อปี 1945-1946 พบว่า เมล็ดให้ seeding เฉลี่ย 1.33-1.36 ต่อ 1 เมล็ด

Eugenia malaccensis, Linn. ได้แก่

ชมพู่สาแหรก (Eugenia malaccensis, Linn.) มีผลออกสีแดงแกมชมพู่หรือชมพู่แกมส้ม มีริ้วตามทางยาวสีชมพูแก่ เนื้อสีขาว

ชมพู่ม่าเหมี่ยว (E. Malaccensis var. purpurea Hook) ดอกสีม่วงแดงเข้ม ผลสีเลือดหมู เนื้อสีแดงอ่อน ๆ ต้นคล้ายชมพู่สาแหรก

  • ลำต้น ต้นสูงขนาด 8-10 เมตร ลำต้นหยาบขรุขระ ทรงต้นสูงชะลูด กิ่งก้านแผ่กว้างตอนโคนต้นและเป็นพุ่มแหลมตอนยอด กิ่งแขนงตั้งได้ฉากกับลำต้น
  • ใบ เป็นแบบ oblong-elliptic ปลายใบแบบ acute ใบยาว 7-10 นิ้ว กว้าง 2-4 นิ้ว
  • ดอก ดอกมีสีม่วง เป็น complete flower
  • ผล ผลใหญ่รูปกลมยาว สีแดง กลิ่นหอม รสหวานอมเปรี้ยว เนื้อแน่นและเหนียว ไม่มีไส้ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว รสคล้าย apple
  • เมล็ด มีเมล็ดเดียว กลมใหญ่ แข็ง หรือมี 2 เมล็ดประกบกัน

Eugenia javanica, Lamk. ได้แก่

ชมพู่แก้มแหม่ม มีผลสีชมพูแกมขาว กลิ่นคล้ายกุหลาบ รสไม่ค่อยหวาน ดอกสีขาวแกมเขียว เนื้อสีขาวอ่อนนุ่ม มีไส้เป็นปุย ผลเล็กรูปทรงกรวย ไม่มีเมล็ด

ชมพู่กะหลาป๋า ผลสีเขียวอ่อน เนื้อสีขาวแกมเขียว อ่อนและบาง รสหวานที่สุด ไม่มีเมล็ด

ชมพู่กะลาเปา ผลสีเขียวแกมเหลือง เนื้อสีเขียวอ่อน แข็งและกรอบ มีไส้เป็นปุ๋ย รสหวานพอใช้ มีเมล็ด 1-5 เมล็ด

ชมพู่สีนาก ทรงต้นเตี้ย มีกิ่งใหญ่แตกไปจากลำต้น มีกิ่งเล็กน้อย ดอกสีขาวปนเขียวอ่อนผลสีแดงปนเขียว เนื้อสีเขียวอ่อน แข็ง กรอบ และหวาน มีไส้เป็นปุ๋ย มีเมล็ด 1-3 เมล็ด

  • ลำต้น ต้นสูง 15-20 เมตร ต้นขรุขระ ต้นไม่ตรง มีกิ่งมากสีน้ำตาลแกมแดง
  • ใบ ใบใหญ่กว่า E. jambos
  • ดอก สีขาวแกมเขียว Complete flower ดอกค่อนข้างใหญ่ กลิ่นหอม
  • ผล รูปร่างคล้ายระฆัง (bell-shaped) ผลเล็กยาว 2-3 นิ้ว สีขาวออกแดง เนื้อสีขาว รสหวานแต่ไม่หอม
  • เมล็ด มีเมล็ด 1-5 เมล็ด

ถ้าแบ่งตามสีของดอกและผล จะได้ดังนี้

  1. ดอกสีขาวแกมเขียว ผลสีขาวแกมชมพู กลิ่นคล้ายกุหลาบ รสดี บางแห่งเรียกชมพู่แก้มแหม่ม ใช้กิ่งตอนปลูกส่วนมาก
  2. ดอกสีแดงเลือดหมู ผลขนาดแอปเปิลผลเล็ก สีขาวผ่อง บางทีสีชมพูเรื่อ ๆ ชอบขึ้นริมน้ำ
  3. ดอกสีแดงเลือดหมู ผลเท่าแอปเปิล แต่ผิวเนื้อสุกเป็นสีเลือดหมูแก่ ราคาสูง เรียกชมพู่ม่าเหมี่ยว
  4. ดอกสีแดงแกมชมพู ผลขนาดแอปเปิลขนาดย่อม ผลสีชมพู มีริ้วสีชมพูแก่คล้ายสาแหรกเรียกชมพู่สาแหรก

วิธีปลูกชมพู่

ปลูกเหมือนไม้ผลทั่วไป คือต้องถางที่ให้ดีเสียก่อน ถ้าเป็นที่ดอน น้ำไม่ขัง ก็วางระยะปลูกห่างกัน 8-10 เมตร หลุมขุดกว้าง 60-80 เซนติเมตร ใช้ปุ๋ยใบไม้ผุ ขี้เถ้าใบไม้ หรือปุ๋ยคอกใส่รองก้นหลุม เคล้ากับดิน แล้ววางต้นชมพู่ตรงกลางหลุม กดดินจนแน่นกระชับกับรากผู้กต้นเข้ากับหลัก เพื่อกันลมไม่ให้พัดโยกไปมา ถ้าเป็นที่ลุ่มควรขุดเป็นคูระบายน้ำ ควรยกร่องปลูก ยกเป็นคันดินสูง 1-2 เมตร

การขยายพันธุ์ชมพู่

นิยมขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด การตอน หรือทางกิ่งหรือเสียบกิ่ง แล้วแต่พันธุ์

โดยมากพวก Eugenia jambos, Linn. มักขยายพันธุ์โดยเพาะเมล็ด เพราะเป็น polyembryony จึงไม่ค่อยกลายพันธุ์ ถ้าเลือกต้นที่ไม่ได้เกิดจาก gametic embryo การปลูกโดยการเพาะเมล็ดนั้น ทำโดยเพาะเมล็ดลงในกระถางก่อน พอต้นสูง 50 ซม. จึงย้ายลงปลูกในหลุมกว้าง 50 ซม.

ส่วนการ graft นั้น ในอินเดียมีการทดลองที่ Kallar โดยใช้ E.javanica เป็น scion และใช้ E.jambos เป็น stock พบว่าทำได้ผลดี เก็บเกี่ยวได้ภายใน 5 ปี

ทำเลที่เหมาะแก่การปลูกชมพู่

ขึ้นได้ดีตามริมฝั่งน้ำที่มีน้ำขึ้นลงสะดวก เช่น กรุงเทพฯ โดยมากนิยมปลูกแซมพืชอื่น ดินที่ขึ้นได้ดีคือ ดินธนบุรี ดินท่าม่วง ดินเชียงใหม่ ดินที่พอขึ้นได้ดี ดินกำแพงแสน ดินปราณบุรี

การบำรุงรักษา ชมพู่เติบโตได้ดีตามธรรมชาติ แทบไม่ต้องบำรุงรักษาเป็นพิเศษ แต่ควรหาปุ๋ยพวก P และ K มาเพิ่มให้บ้างอย่างน้อยปีละครั้ง ชมพู่ไม่ชอบน้ำขัง ชมพู่เหมาะที่จะปลูกเป็นไม้บังร่ม แต่ควรตัดแต่งกิ่งให้ดี หรือกิ่งที่เกะกะเกินไปออกเสียบ้าง หรือตอนกิ่งเหล่านี้ขยายพันธุ์ต่อไป ชมพู่จะเติบโตให้ผลดกดีกว่าปล่อยให้กิ่งใบเบียดเสียดแน่นเกินไปและต้องคอยกำจัดกาฝากที่ขึ้นบนต้นชมพู่ด้วย

ศัตรูและโรคต่าง ๆ

ชมพู่ไม่ค่อยมีดโรครบกวนมากนัก ศัตรูสำคัญคือ

หนอนของแมลงปีกแข็ง (Stem borer: Nothopeus hemipterous) อยู่ใน family Cerambycidae แมลงพวกนี้กัดกินใบอ่อน และวางไข่ไว้ พอเป็นตัวหนอนก็มักจะเจาะไชเข้าไปในลำต้นและกิ่งก้าน ทำให้กิ่งและลำต้นเสียหาย ถ้าเป็นมาก ๆ ต้นอาจตายได้

การกำจัดใช้ DDT, Dieldrin, Fumogas, น้ำมันเบนซิน ยัดลงไปในรูที่แมลงเจาะหนอนผีเสื้อกลางคืนบางชนิด มักเกิดตามช่อดอกชมพู่ กัดทำลายผล การกำจัด ใช้ยาฆ่าแมลงต่าง ๆ ทั่วไป