วิธีการปักชำ

การปักชำ

การขยายพันธุ์พืชโดยวิธีการปักชำอาจแบ่งออกเป็น 3 พวกคือ การปักชำกิ่ง (stem cutting) การปักชำใบ (leaf cutting) และการปักชำราก (root cutting)

การปักชำกิ่ง

จุดประสงค์ของการปักชำกิ่งก็เพื่อที่จะให้กิ่งปักชำนั้นออกราก เมื่อกิ่งปักชำออกรากแล้วตาที่อยู่บนกิ่งปักชำก็เจริญเติบโตให้ลำต้นใหม่ และกิ่งปักชำนั้นก็จะเป็นต้นพืชต้นใหม่ การปักชำกิ่งแบ่งออกเป็น 2 แบบตามชนิดของกิ่งที่นำมาปักชำ

(1) การปักชำกิ่งพืชไม้เนื้อแข็ง วิธีการปักชำพืชจำพวกนี้ดังต่อไปนี้ เริ่มด้วยการเตรียมกิ่งปักชำ กิ่งปักชำที่ดีควรจะได้มาจากต้นพืชที่มีลักษณะดี แข็งแรง เติบโตอยู่กลางแจ้งและไม่เป็นโรค กิ่งที่จะนำมาปักชำควรจะมีขนาดของปล้องไม่สั้นหรือยาวเกินไป ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางพอเหมาะ กิ่งที่จะนำมาปักชำควรมีอายุประมาณ 1 ปี ถ้าพืชที่ขยายพันธุ์เป็นพืชผลัดใบ ควรใช้กิ่งที่ใบร่วงหมดแล้ว (ในฤดูหนาวพืชผลัดใบจะไม่มีใบเหลืออยู่กับต้น) เพราะกิ่งดังกล่าวจะมีอาหารสะสมอยู่มาก

หลังจากเลือกกิ่งที่จะนำมาปักชำได้แล้ว ตัดกิ่งให้มีขนาดยาวประมาณ 6-8 นิ้ว ที่โคนของกิ่งปักชำควรจะมีตาเหลือยู่ กิ่งปักชำแต่ละกิ่งควรมีตาติดอยู่ประมาณ 3-4 ตาต่อหนึ่งกิ่งสำหรับพืชที่ออกรากได้ยาก ให้ชุบโคนกิ่งปักชำด้วยสารที่ช่วยเร่งในการออกรากเช่น IAA, IBA หรือ NBA ให้ความเข้มข้น 0.1-0.2% ส่วนพืชที่ออกรากได้ง่าย

เราสามารถนำกิ่งปักชำไปปักชำได้ทันทีหลังจากการชุบด้วยสารเร่งการออกรากแต่พืชบางชนิด เช่น สน juniper ออกรากได้ยาก ควรเก็บไว้ในที่ชื้น เพื่อให้สารที่ใช้ซึมเข้าไปในที่โคนกิ่งแล้วจึงนำไปปักชำ การปักชำควรทำเป็นแถวในพื้นดินที่เตรียมไว้ ระยะระหว่างกิ่งต่อกิ่งควรเป็น 3 ถึง 4 นิ้ว ปักกิ่งชำลงในดินลึกประมาณ 2 นิ้ว

การปักกิ่งชำลงในดินควรใช้เครื่องมือขุดดินให้เป็นรู เพื่อง่ายต่อการปักกิ่งลงไปในดิน หลังจากการปักชำควรให้น้ำแก่กิ่งปักชำเป็นระยะๆ เพื่อกันมิให้กิ่งปักชำแห้งตายก่อนออกราก และเพื่อรักษาเครื่องปลูกให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ ระยะเวลาของการออกรากขึ้นอยู่กับชนิดของพืช เช่น citron (พืชตระกูลส้มชนิดหนึ่ง) สามารถออกรากได้ในระยะเวลา 3 สัปดาห์ ส่วนสนชนิดต่างๆ จะต้องใช้เวลาประมาณ 8 สัปดาห์ในการออกราก

การปักชำแบบนี้ใช้ทั่วไปกับพืชหลายชนิด เช่น กุหลาบ, องุ่น, ทับทิม, พลัม และแอปเปิ้ล ฯลฯ

(2) การปักชำพืชที่มีกิ่งเป็นไม้เนื้ออ่อน พืชที่จัดอยู่ในจำพวกนี้มีหลายชนิด เช่น Carnation Chrysanthemum และ Zenia เป็นต้น พืชเหล่านี้ปลูกกันแพร่หลายในเมืองไทย กิ่งปักชำของพืชจำพวกนี้จะต้องเป็นกิ่งที่มีใบติดอยู่ที่กิ่ง 3-4 ใบ จะต้องเป็นกิ่งที่สมบูรณ์ และจะต้องเป็นกิ่งที่ไม่มีการออกดอกมาแล้ว (กิ่งที่ออกดอกจะมีอาหารสะสมน้อยและเป็นกิ่งแก่จะออกรากได้ยาก) การปักชำพืชจำพวกนี้ควรชุบโคนด้วยสารเร่งการออกรากเพื่อให้กิ่งปักชำออกรากได้เร็วขึ้น สถานที่ปักชำพืชควรเป็นที่ที่สามารถดูแลได้อย่างใกล้ชิด สิ่งสำคัญที่จะต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษระหว่างรอให้กิ่งปักชำออกราก คือ ความชื้นรอบๆ บริเวณกระบะเพาะชำ กล่าวคือ จะต้องรักษาความชื้นรอบบริเวณกระบะเพาะชำให้มีความอิ่มตัวอยู่เสมอ เพราะพืชเหล่านี้จะเหี่ยวได้ง่ายถ้าอากาศรอบๆ บริเวณเพราะชำแห้งแล้งและกิ่งปักชำ ไม่ออกราก การรักษาบริเวณกระบะเพาะชำให้ชุ่มชื้นอยู่เสมออาจกระทำได้โดยใช้ sprinkler แบบอัตโนมัติซึ่งสามารถปล่อยน้ำออกเป็นฝอยตามจังหวะที่เราตั้งไว้ หรือปิดกระบะเพาะชำด้วยแผ่นกระจก

การปักชำใบ

พืชบางชนิด เช่น ต้นหางมังกร ต้นตายใบเป็น และ Begonia สามารถขยายพันธุ์ได้โดยการปักชำใบ ใบของพืชจำพวกนี้สามารถงอกพืชต้นใหม่ซึ่งประกอบด้วยลำต้นและรากได้ การขยายพันธุ์แบบนี้อาจใช้เพียงส่วนหนึ่งของใบ ใบทั้งใบ หรือใบที่มีก้านติด ในการปักชำ เช่นใบหางมังกร ใบหนึ่งอาจแบ่งเป็น 3 หรือ 4 ส่วนและแต่ละส่วนสามารถให้พืชต้นใหม่ได้ สิ่งที่สำคัญในการชำ (ไม่คำนึงถึงว่าจะเป็นการปักชำโดยวิธีใดและพืชชนิดไหน) จะต้องนำโคนของพืชปักลงดิน การปักชำใบอาจทำได้โดยการวางใบราบกับดินในกระบะหรือปักโคนใบลงดินก็ได้ พืชบางชนิดจะต้องทำแผลโดยการใช้มีดหรือมือฉีกใบเสียก่อน ใบจึงจะงอกลำต้นและรากได้ง่าย พืชต้นใหม่ที่งอกออกจากใบปักชำจะเป็นต้นพืชอิสระต้นหนึ่ง คือใบเดิมมิได้เป็นส่วนหนึ่งของพืชต้นใหม่

การปักชำราก

พืชบางชนิดสามารถขยายพันธุ์โดยการปักชำราก เช่น blackberry, กุหลาบบางชนิด raspberry พืชไม้ประดับ (oriental pear), และ phlox จะเห็นได้ว่าพืชเหล่านี้ไม่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจของเมืองไทยแต่อย่างใด แต่ควรทราบว่าการปักชำพืชมิได้มีแต่การปักชำกิ่งและการปักชำใบเท่านั้น แต่พืชบางชนิดสามารถขยายพันธุ์ด้วยการปักชำรากได้

พืชที่ขยายพันธุ์โดยวิธีนี้จะมีรากที่สามารถงอกลำต้นได้ รากพืชที่เหมาะสมในการนำมาขยายพันธุ์นั้นจะต้องมีอายุไม่เกิน 3 ปี และจะต้องเป็นรากที่พ้นจากระยะพักตัว(พืชที่กล่าวมาข้างต้นจะพักตัวในฤดูหนาว) การขยายพันธุ์พืชแบบนี้ง่ายมาก เริ่มต้นด้วยการเลือกรากที่ดี เหมาะสำหรับการปักชำแล้วตัดรากออกเป็นท่อน รากแต่ละท่อนยาว 1-2 นิ้ว ฝังท่อนรากลงในกระบะเพาะชำให้ส่วนปลายของรากอยู่ลึกกว่าส่วนหัว เพื่อให้รากงอกลำต้นออกมา

กระบะเพาะชำ

ภาชนะที่ใช้ทำเป็นกระบะเพาะชำมีหลายชนิด เช่น กระถางดินเผา กระถางพลาสติก หีบไม้ใส่นม หรืออาจต่อเป็นกระบะที่มีความใหญ่เป็นพิเศษและยาวตามต้องการ แต่ทั่วไปใช้กระบะเพาะชำที่มีขนาดเท่ากับหีบใส่นม เพราะสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย กระบะที่ทำขึ้นเองและอยู่กับที่ควรมีขนาดความกว้างประมาณ 1-1.5 เมตร และมีความยาวตามความเหมาะสมของสถานที่

สิ่งสำคัญกระบะเพาะชำคือสิ่งที่อยู่ในกระบะเราเรียกว่าเครื่องปลูก (media) ซึ่งอาจจะเป็นดิน ทราย แกลบ ขี้เลื่อย หรือส่วนผสมของสารดังกล่าวก็ได้ เครื่องปลูกที่เหมาะสมในการปักชำ ควรมีคุณสมบัติดังนี้คือ

  1. สามารถยึดเหนี่ยวกิ่ง ใบ ที่ใช้ในการปักชำได้ดี
  2. สามารถถนอมน้ำได้ดี
  3. สามารถระบายน้ำได้ดี เครื่องปลูกที่ใช้จะต้องมีการระบายน้ำที่ดีเพื่อให้เกิดช่องว่างขึ้นในเครื่องปลูกทำให้อากาศผ่านเข้าออกได้สะดวก
  4. จะต้องปราศจากเมล็ดวัชพืช โรคพืช และไส้เดือนที่เป็นอันตรายต่อพืช
  5. จะต้องไม่มีเกลือแร่มากจนเกินไป เครื่องปลูกที่มีเกลือแร่มากเกินความจำเป็นและเป็นโทษต่อพืชที่จะขึ้น
  6. จะต้องทนต่อความร้อนที่ใช้ในการฆ่าเชื้อ การขยายพันธุ์พืชบางชนิดต้องการเครื่องปลูกที่ปราศจากเชื้อโรคชนิดต่างๆ อย่างแท้จริง ในกรณีนี้จะต้องทำการอบเครื่องปลูกก่อนการขยายพันธุ์