แมลงศัตรูพืช (Insect pests)

ศัตรูพืช

แมลงเป็นศัตรูพืชที่สำคัญอย่างหนึ่ง นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณไว้ว่า ในโลกนี้มีแมลง 625,000 ถึง 1.5 ล้านชนิด ในจำนวนนี้ 85,000 ชนิด พบในอเมริกาเหนือ และถ้ารวมพวกเห็บและไรอีก 2,600 ชนิด เข้าไปด้วยแล้ว จำนวนแมลงทั้งหมดในอเมริกาเหนือ ก็มากกว่าจำนวนประชากรหลายเท่า ปีหนึ่งๆ สหรัฐอเมริกาต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดแมลงคิดเป็นเงินหลายล้านเหรียญ แมลงศัตรูพืชส่วนใหญ่แล้วถูกนำเข้ามาจากประเทศอื่น ในอเมริกาครึ่งหนึ่งของแมลงศัตรูที่ร้ายแรงถูกนำเข้ามา (introduce) จากยุโรป

ความสำคัญของแมลง

ประโยชน์ของแมลงต่อคน มีทั้งทางตรงและทางอ้อม ประโยชน์ที่เราได้จากแมลงโดยทางตรง คือ ไหม, ขี้ผึ้ง, สีย้อมผ้าหมึก Shellac cantharidin ประโยชน์อื่นๆ ที่มักถูกมองข้ามไป คือ แมลงช่วยในการผสมเกสรดอกไม้ ทำให้เกษตรได้ผลไม้และเมล็ด แมลงเป็นอาหารของสัตว์อื่นๆ เช่น นก หนู ปลา แมลงบางชนิดคนเราก็นำมาใช้เป็นอาหาร เช่น แมลงดา จิ้งหรีด นอกจากนี้แมลงบางชนิดกินแมลงด้วยกันเป็นอาหาร ช่วยในการควบคุมจำนวนของแมลงศัตรูพืชบางชนิด และบางชนิดก็ใช้ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น แมลงหวี่

ในขณะเดียวกัน แมลงก็ให้โทษกันมนุษย์อย่างมากมาย นอกจากเป็นศัตรูพืชทำความเสียหายให้แก่เกษตรกรแล้ว แมลงยังเป็นตัวนำโรคที่สำคัญๆ อีกหลายชนิด เช่น มาลาเรีย โรคเท้าช้าง ไทฟอยด์ อหิวาห์ แมลงหลายชนิดรบกวนและสร้างความรำคาญให้แก่คนและสัตว์เลี้ยง หลายชนิดทำลายข้าวของเสียหาย เช่น เสื้อผ้า อาหารและผลิตผลอื่นๆ แมลงที่สร้างความเสียหายต่างๆ นี้เมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนชนิดของแมลงทั้งหมดแล้ว ยังเป็นส่วนน้อยเท่านั้น คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วประมาณหนึ่งเปอร์เซ็นต์หรือน้อยกว่า แต่ความเสียหายทางการเกษตรที่เกิดจากแมลงพวกนี้มีตั้งแต่ 5-15 เปอร์เซ็นต์

ชนิดของแมลงศัตรูพืช

แมลงศัตรูพืชสามารถแยกเป็นหมวดหมู่ (classified) ได้เป็นพวกใหญ่ๆ 2 พวก โดยอาศัยลักษณะของปากและการกินอาหารเป็นหลัก พวกแรกได้แก่พวกปากขบเคี้ยว (chewing) พวกนี้ มีเขี้ยว (manible) ใหญ่ช่วยในการเคี้ยวอาหารได้เป็นอย่างดี เช่น ตั๊กแตน จิ้งหรีด ด้วง พวกที่สองได้แก่พวกปากแทงและดูด (piercing-sucking) พวกนี้สามารถดูดน้ำเลี้ยงจากใบ ลำต้น และรากของพืชได้ ได้แก่พวก เพลี้ย และ มวนต่างๆ

แมลงที่ทำความเสียหายให้พืชที่เพาะปลูกมากที่สุด คือ ตั๊กแตน ด้วง และ หนอนเจาะสมอฝ้าย หมอนเจาะต้นข้าวโพด (European corn borer) แต่แมลงหลายชนิดก็ทำประโยชน์ให้มนุษย์ประการแรกคือ ช่วยในการผสมเกสรดอกไม้ บางชนิดก็กัดกินวัชพืช บางชนิดก็ช่วยทำให้รากพืชและสัตว์เน่าเปื่อยพุพังเร็วขึ้นทำให้คุณสมบัติของดินดีขึ้น

วิธีการควบคุมและป้องกัน (Control Methods)

วิธีการควบคุมและป้องกันแมลงศัตรูพืชแบ่งออกได้เป็น 2 วิธีคือ natural insect control และ applied insect control

Natural insert control จำนวนแมลงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แมลงหลายชนิดสามารถสืบพันธุ์ลูกได้ครั้งละจำนวนมาก ความสามารถในการขยายพันธุ์ได้โดยไม่มีปัจจัยอื่นๆ มากีดกั้นหรือทำลายจำนวนแมลงให้ลดลงมา เราเรียกว่า biotic potential แต่ในธรรมชาติมีปัจจัยหลายอย่างซึ่งควบคุมจำนวนแมลง ปัจจัยเหล่านี้อาจแบ่งเป็นกลุ่มย่อยได้ดังนี้

(1) สภาพดินฟ้าอากาศ (climatic factors) อุณหภูมิเป็นปัจจัยสำคัญที่ควบคุมไม่ให้จำนวนแมลงมีมาก และป้องกันไม่ให้แมลงแพร่ไปในท้องที่ถิ่น ถ้าอุณหภูมิร้อนจัด (100-125 องศาฟาเรนไฮต์) หรือเย็นจัด (52 องศาฟาเรนไฮต์ลงมา) เป็นเวลานานติดต่อกันหลายวัน อาจทำให้ไข่แมลงหรือตัวหนอนตายได้ความชื้นมากโดยเฉพาะความชื้นในดินมาก หลังจากฝนตกหนักก็ไม่เหมาะกับการอยู่อาศัยของแมลงในดิน และแมลงพวกนี้ไม่สามารถวางไข่ได้ ฝนตกหนัก น้ำท่วม ลมพายุ เหล่านี้มีส่วนทำให้แมลงลดจำนวนลงได้ทั้งนั้น

(2) สภาพท้องที่ (topographic factors) ทะเลแม่น้ำ มหาสมุทร ภูเขา เป็นเครื่องกีดขวาง (berrier) ตามธรรมชาติที่ป้องกันไม่ให้แมลงแพร่จากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งได้

(3) สิ่งมีชีวิต (biotic factors) สัตว์ต่างๆ ในธรรมชาติ เช่น นก ค้างคาว หนู จิ้งจก กิ้งก่า กบ คางคก เป็นตัวควบคุมแมลงตามธรรมชาติ สัตว์เหล่านี้กินแมลงเป็นอาหาร แม้แต่แมลงด้วยกันก็กินเป็นอาหาร เช่น ต่อ แตน และแมลงปีกแข็ง แมงมุม ก็เป็น biotic factor อันหนึ่งที่กินแมลงเป็นอาหาร

Applied Insect Control หมายถึงวิธีการต่างๆ ที่คนนำมาใช้เพื่อกำจัดและควบคุมแมลงศัตรูพืชให้น้อยลง

(1) การใช้สารเคมี (chemical control) การใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชเป็นวิธีที่เร็ว สารเคมีที่ใช้อาจแบ่งเป็นพวก โดยอาศัยลักษณะการทำงานของตัวยาเคมี พวกแรกได้แก่ stomach poison เป็นสารเคมีที่แมลงกินเข้าไปแล้วออกฤทธิ์ในกระเพาะ มีผลกับการย่อยและการดูดซึมอาหารของแมลง ส่วนมากสารพวกนี้ ต้องถูกดูดซึมเข้าไปในพืชก่อน เมื่อแมลงบางชนิดปากขบเคี้ยวมากัดกินพืช

(2) การเขตกรรม (Cultural practices) การเขตกรรมที่ใช้ในการควบคุมแมลงศัตรูพืช คือ การไถ การปลูกพืชหมุนเวียน การเลือกพืชปลูก และเวลาในการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว

การไถลึกเป็นการช่วยฆ่าแมลงที่อยู่ตามผิวดิน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแมลงพวกนี้มักพักตัวในฤดูหนาว (overwinter) ในสภาพของตัวหนอน หรือดักแด้ การไถยังช่วยพลิกเอาแมลงที่อยู่ในดินขึ้นมาให้เป็นเหยื่อของ นก หนู ได้อีก

การปลูกพืชหมุนเวียน เป็นการช่วยลดความเสียหายลงได้เพราะแมลงไม่สามารถเข้าทำลายพืชได้ทุกชนิด โดยเฉพาะพืชที่ต่างตระกูลกัน การปลูกฝ้ายเร็วกว่าฤดูปกติเป็นการหลีกเลี่ยงความเสียหายจากด้วยเจาะสมอได้ ก่อนที่แมลงพวกนี้จะเพาะพันธุ์ทวีจำนวนขึ้นมากจนสามารถทำให้ฝ้ายเสียหายมากได้

แมลงหลายชนิดจำศีลหรือพักตัวอยู่ในตอซังของพืชหลังการเก็บเกี่ยว การเผาหรือระบายน้ำให้ท่วมพื้นที่ก่อนทำการเพาะปลูกเป็นการช่วยลดจำนวนแมลงได้มากวิธีหนึ่ง

(3) การใช้พันธุ์ต้านทานปลูก (resistant varieties) ปัจจุบันโปรแกรมการผสมพันธุ์พืชเพื่อให้ได้พันธุ์ต้านทานมักเน้นหนักไปทาง

  • ให้ได้พันธุ์ที่แมลงไม่ชอบ
  • ให้ได้พันธุ์ที่มีสารเป็นพิษต่อแมลง
  • ให้ได้พันธุ์ที่ทนทานต่อการทำลายของแมลง

(4) Biological control เป็นวิธีการที่สำคัญที่สุดในกลุ่ม applied control แม้ว่าจะไม่สะดวกและรวดเร็วเหมือนการใช้สารเคมี แต่ก็เป็นวิธีปลอดภัยและใช้หลักธรรมชาติเข้าช่วยได้ดี วิธีนี้รวมการนำสิ่งมีชีวิตที่เป็น predators เข้ามาควบคุมแมลงศัตรูพืช ตัวอย่างที่ได้ผลดีได้แก่การนำ vedalia lady beetle จากออสเตรเลียเข้าไปควบคุม cottony cushion scale ของต้นส้มในรัฐแคลิฟอร์เนีย การผสมพันธุ์พืชให้ได้พันธุ์ที่ต้านทานก็รวมอยู่ในวิธีนี้ด้วย ปัจจุบันโปรแกรม การผสมพันธุ์พืชเพื่อให้ได้พันธุ์ที่ต้านทานมักเน้นหนักไปทาง biological control