วิธีปลูกหอมแบ่ง (Multiplying Onion)

หอมแบ่ง

หอมแบ่ง เป็นพืชที่นิยมรับประทานสด โดยใช้ส่วนของใบและหัว เนื่องจากหอมแบ่งมีลักษณะการเจริญโดยการแตกเป็นกอได้มากและมีใบมาก ส่วนของหัวจะไม่เจริญใหญ่เหมือนหอมแดง และตรงหัวจะมีกลิ่นฉุนจึงนิยมใช้เป็นผักแกล้ม หรือดับกลิ่นคาวของอาหารต่างๆ ได้ดี ต้นกำเนิดมาจากเอเชียตอนกลางและแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน จากนั้นก็แพร่กระจายไปสู่ยุโรปในปี ค.ศ. 1629

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตหอมแบ่ง

หอมแบ่งชอบดินร่วนและสภาพอากาศค่อนข้างเย็นและชื้น อุณหภูมิที่พอเหมาะประมาณ 13-24 องศาเซลเซียส ความชื้นในดินต้องสม่ำเสมอและมีการระบายน้ำดีมาก สภาพความเป็นกรดของดินประมาณ 6.0-6.5

การเตรียมดิน

เนื่องจากหอมเป็นพืชที่มีระบบรากตื้น ดังนั้น ควรขุดไถดินลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร และตากดินเอาไว้ประมาณ 5-7 วัน แล้วใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักย่อยคลุกกับดิน ต้องเตรียมผิวหน้าดินให้ละเอียด

การปลูกหอมแบ่ง

การเตรียมหอมพันธุ์ ชาวสวนมักซื้อท่อนพันธุ์จากร้านซึ่งท่อนพันธุ์หอมหรือหัวพันธุ์หอมนี้ต้องสั่งจากต่างประเทศเข้ามา โดยเฉพาะมักสั่งจากไต้หวัน ซึ่งในปี 2523 ปริมาณที่สั่งเข้ามา 2,425,100 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 15,348,072 บาท ชาวสวนมักเตรียมพันธุ์ที่ซื้อมาปลูกในลักษณะต่างๆ กันได้ 3 แบบ คือ

  1. ตัดใบและรากทิ้ง
  2. ตัดส่วนบนของหัวออก 1/3 ของความยาวของหัว
  3. ผ้าส่วนบนของหัวเป็นกากบาทจากหัวลงไปทางรากให้เล็กประมาณ 2/3 ของความยาวของหัว

และเมื่อปลูกแล้วปรากฏว่าวิธีที่ 3 จะให้ผลผลิตสูงประมาณ 1,180 กิโลกรัมต่อไร่ และได้จำนวนหัวเฉลี่ยต่อไร่ประมาณ 326,936 หัว และผลผลิตรองลงมาคือวิธีที่ 2 ส่วนวิธีแรก จะให้ผลผลิตต่ำสุด

วิธีปลูก

นำหัวพันธุ์ที่เตรียมไว้มาหุ้มด้วยผ้าเปียกชื้นเพื่อให้หัวออกราก ควรหุ้มทิ้งไว้ประมาณ 24 ชั่วโมง ต้องแยกให้หอมออกจากกันเป็นหัวๆ เอาเฉพาะหัวที่สมบูรณ์ไปปลูก การปลูกใช้ระยะ 12-15 – 15 เซนติเมตร ปริมาณหัวพันธุ์ที่ใช้ปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ ประมาณ 60-80 กิโลกรัม การรดน้ำในแปลงปลูก ให้ดินชุ่มน้ำก่อนนำหอมลงไปปลูก ควรดำให้หัวจมลึกในดินเพียงครึ่งหัวและต้องระมัดระวังอย่ากดหัว หัวหอมช้ำ เพราะจะทำให้เชื้อโรคเข้าและหัวเน่า หลังจากดำแล้วควรรดน้ำแล้วใช้ฟางแห้งคลุม เพื่อรักษาความชื้นในดินและควบคุมวัชพืชด้วย

การปฏิบัติดูแลรักษาหอมแบ่ง

การให้น้ำ การให้น้ำควรรดน้ำให้ดินชุ่มอยู่เสมอ หลังการปลูก และในระยะที่หอมงอกใหม่ๆ จะให้น้ำได้น้อยหรือหยุดรดน้ำในกรณีที่หอมแก่และต้องการเก็บไว้ทำพันธุ์

การให้ปุ๋ย ปุ๋ยคอกที่เป็นปุ๋ยรองพื้นที่ใส่ตอนเตรียมดินควรใส่ให้มากหน่อย คือ ในอัตรา 2-4 ต้นต่อไร่ สำหรับปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ควรใช้ปุ๋ยสูตร 20-10-10 หรือ 12-8.8 ในอัตรา 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ โดยอาจใส่ทั้งหมดในแปลงก่อนปลูกหอมหรือใส่เพียง 3/4 ส่วนของทั้งหมดเป็นปุ๋ยรองพื้น และ 1/4 ที่เหลือใส่โดยโรยข้างแถวตอนหอมอายุ 30 วัน นอกจากนี้อาจใส่ปุ๋ยแอมโมเนียมซัลเฟตในอัตรา 20-25 กิโลกรัมต่อไร่ โดยแบ่งใส่ทุกครั้งหลังจากถอนแยกหัวหอมออกมา

การกำจัดวัชพืช ระยะที่หอมงอกใหม่ๆ ควรตรวจตราและเก็บวัชพืชในแปลงหอมออกให้หมด เพราะวัชพืชจะแย่งน้ำจากหอมได้มาก เนื่องจากหอมมีระบบรากตื้น แต่เมื่อหอมโตแล้วไม่ควรถอนวัชพืชมากนัก เพราะอาจกระทบกระเทือนต่อรากหอมได้

การคลุมดิน สำหรับการปลูกหอมแบ่งการคลุมดินด้วยฟางสำคัญมากและจะกระทำตลอดฤดูการปลูกหอม ทั้งนี้เพื่อช่วยลดการระเหยของน้ำ และการขึ้นแซมของวัชพืชด้วย

การเก็บเกี่ยวหอมแบ่ง

สำหรับการเก็บเกี่ยวหอมเพื่อนำไปบริโภคสด ต้องเก็บเกี่ยวตอนหอมยังมีใบเขียวอยู่ (Green bunch onion) มักเก็บเมื่อหอมอายุประมาณ 40-50 วัน อาจถอนทั้งกอหรือแบ่งครึ่งกอก่อนก็ได้ ในกรณีถอนมาไม่หมดกอ หลังจากถอนแยกมา ควรพรวนดินกลบ แล้วใส่ปุ๋ยเติมให้ แล้วไม่ไปรบกวนอีกทิ้งไว้อีก 1 เดือน แล้วจึงไปเก็บเกี่ยวโดยถอนออกทั้งกอ

สำหรับการเก็บเกี่ยวหอมเพื่อใช้ทำพันธุ์นั้น ต้องทิ้งหอมไว้ในแปลงประมาณ 90 วัน และงดการให้น้ำรอให้หอมนั้นแห้ง (Mature dry bulb) เก็บเกี่ยวโดยการถอนออกมามัดและแขวนไว้ในวันที่ร่มและมีการถ่ายเทอากาศดี และควรคัดเลือกหัวที่เน่าทิ้งอยู่เสมอ ความชื้นในหัวหอมควรประมาณ 6% หากเก็บไว้ให้มีอายุนานควรเก็บที่อุณหภูมิ 32-34 องศาฟาเรนไฮต์ ความชื้นสัมพัทธ์ 64%

พันธุ์หอมแบ่ง

พันธุ์หอมแบ่งที่ปลูกในบ้าน เรายังไม่มีการแบ่งแยกลักษณะพันธุ์ที่แตกต่างออกมาอย่างชัดเจน และหัวพันธุ์มักนิยมซื้อจากต่างประเทศ เนื่องจากเมื่อชาวสวนเก็บพันธุ์ใช้เองมักให้ผลผลิตต่ำลงกว่าเดิม โดยเฉลี่ยผลผลิตของชาวสวนประมาณ 800 กิโลกรัมต่อไร่

โรคและแมลง

โรคที่สำคัญได้แก่ โรค Anthracnose เกิดจากเชื้อรา Collectotrichum ทำให้หัวและใบเน่ายุบไป โรคนี้ติดไปกับหัวพันธุ์ได้ โรคนี้มักระบาดในช่วงที่มีความชื้นสูง เช่น ฝนตก หรือหมอกลงจัดหลายวันติดต่อกัน การระบาดจะแพร่หลายรวดเร็วมาก เป็นโรคที่ร้ายแรงของหอม

โรคราดำ (Black Mold) เป็นกับหัวหอมที่เก็บแล้วจะเกิดราสีดำเป็นกลุ่มๆ

โรคใบจุดสีม่วง (Purple blotch) เกิดจากเชื้อรา มักเกิดตอนหอมโตแล้ว

โรครากเน่า (Root rot) เกิดจากเชื้อราอาจลุกลามเข้าไปในหัวหอมได้

แมลงที่พบได้แก่ เพลี้ยไฟ (Onion thrips) และหนอนกระทู้หอม (Beet Army Worm)