วิธีปลูกหัวไชเท้า หรือ ผักกาดหัว (Chinese radish)

หัวไชเท้า

หัวไชเท้า หรือ ผักกาดหัว เป็นพืชหัวที่อยู่ในตระกูลกะหล่ำ ซึ่งจัดว่ามีความสำคัญทางเศรษฐกิจมากโดยเฉพาะในแถบเอเชีย ต้นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ทางฝั่งตะวันตกของจีนในเขตติดต่อกับอินเดีย เดิมเป็นพืชป่า ต่อมาได้รับการปรับปรุงให้มีรากอวบ ยาวและใช้เป็นผักสด และทำดองเค็มหรือต้มการที่หัวจะให้คุณภาพดีน่ารับประทานหรือไม่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการเก็บเกี่ยว หากทิ้งไว้นานเนื้อภายในหัวจะฟ่ามมีเส้นใยมาก และรากจะขยายใหญ่มาก ลักษณะของหัวซึ่งก็คือรากนั่นเอง จะแตกต่างออกไปตั้งแต่รูปทรงกลมยาว รูปกรวย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพันธุ์

โดยทั่วไปหัวไชเท้าแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ

1. พวกยุโรป ได้แก่พวก radish มักปลูกกันในเขตอบอุ่นในยุโรปและในอเมริกา รากหรือหัวมีขนาดเล็กอายุตั้งแต่ปลูกจนเก็บเกี่ยวกินเวลา 18-25 วัน ผิวของรากมักเป็นสีแดงเข้มหรือดำ ส่วนเนื้อภายในสีขาว มักนิยมปลูกเพื่อใช้รับประทานเป็นผักสด ผักสลัด รสชาติเหมือนหัวไชเท้าทุกประการ

2. พวกเอเชีย ได้แก่พวก Chinese radish คือหัวไชเท้าที่ปลูกในบ้านเรา มีหัวหรือรากขนาดใหญ่กว่ารูปร่างกลมยาว ส่วนใหญ่มักนิยมแบบรากยาว ผิวของรากมีสีขาว เนื้อภายในมีสีขาว พวกนี้แบ่งออกเป็น 2 พันธุ์คือ

  • พันธุ์ทางญี่ปุ่น (Japanese type) พวกพันธุ์เหล่านี้มีขอบใบหยักลึกเข้าไปตลอดแผ่นใบ มักเป็นพันธุ์หนักหรือพันธุ์กลางๆ เป็นผักอายุ 2 ปีหรือปีเดียว
  • พวกพันธุ์จีน (Chinese type) พวกพันธุ์จีนนี้ขอบใบเรียบ ไม่มีรอยหยักหรือมีน้อยมาก ส่วนใหญ่มักเป็นพันธุ์เบา เป็นผักอายุปีเดียว

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของหัวไชเท้า

ต้องการดินร่วนโปร่ง มีหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 2 ฟุต ความชื้นในดินสูงพอประมาณ และต้องการแสงแดดตลอดวัน ต้องการอุณหภูมิค่อนข้างเย็นประมาณ 18.3-24 องศาเซลเซียส หากปลูกหัวไชเท้าในดินเหนียว หัวส่วนบนจะโผล่ขึ้นมาจากผิวดิน และเมื่อถูกแสงแดดจะเป็นสีเขียว

การเตรียมดินปลูกหัวไชเท้า

นิยมปลูกหัวไชเท้าโดยการหว่านลงในแปลงปลูก แปลงควรเตรียมดินให้มีหน้าดินดีลึก 25-30 เซนติเมตร เพื่อให้รากลงได้ลึกมาก ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักเพื่อปรับสภาพดินให้มีการระบายน้ำดี ผิวหน้าของดินต้องเตรียมไว้ให้ละเอียดมีเม็ดดินขนาดเล็ก

การปลูกและการดูแลรักษาหัวไชเท้า

วิธีปลูก ปลูกโดยการหว่ายกระจายทั้งแปลงแล้ว เมื่ออายุได้ประมาณ 20-25 วัน ถอนแยกให้เหลือระยะประมาณ 20 – 30 เซนติเมตร และอาจปลูกหัวไชเท้าโดยวิธีการโรยเป็นแถว โดยให้ระยะระหว่างแถวห่างกันประมาณ 30-45 เซนติเมตร และเมื่องอกถอนแยกให้ต้นในแถวห่างกันประมาณ 20 เซนติเมตร

การให้ปุ๋ย เนื่องจากเป็นผักกินราก ดังนั้น สัดส่วนของ N:P:K = 1:1:1-1.5 ส่วน สูตรปุ๋ยที่ใส่ 12-12-14 ในอัตราประมาณ 50-100 กิโลกรัมต่อไร่ ควรพิจารณาตามความอุดมสมบูรณ์ของดิน และควรให้ปุ๋ยไนโตรเจนเสริมในอัตรา 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ ในรูปของยูเรียหรือแอมโมเนียมไนเตรด เมื่อต้นผักอายุประมาณ 7-10 วัน เพื่อเร่งการเจริญเติบโตในระยะแรก ปุ๋ยสูตรควรแบ่งใส่เป็นปุ๋ยรองพื้นตอนเตรียมดินครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งหนึ่งใส่แบบโรยข้าง เมื่อผักอายุ 21 วัน

การให้น้ำ ต้องสม่ำเสมอและเพียงพอ ถ้าขาดน้ำจะทำให้รากไม่ได้ขนาดและคุณภาพที่เหมาะสม

การพรวนดิน ควรทำขณะที่ต้นหัวไชเท้ายังเล็กอยู่ และระมัดระวังอย่าให้โดนอันตรายกับราก เพราะจะทำให้หัวไม่สวย

โรคและแมลง

มีโรคที่สำคัญดังนี้ โรค Damping off, Soft rot และ Black rot ส่วนแมลง ได้แก่ เพลี้ยอ่อน (Aphid) หนอนใยผัก (Diamond Back Moth) หนอนกระทู้ผัก (Cotton Leaf worm)

การเก็บเกี่ยวหัวไชเท้า

อายุการเก็บเกี่ยวของพันธุ์เบา ซึ่งนิยมปลูกในบ้านเราประมาณ 42-50 วัน ส่วนพันธุ์ปานกลาง อายุประมาณ 60-70 วันและพันธุ์หนักอายุประมาณ 70-90 วัน การเก็บมักใช้มือถอนขึ้นมาในระยะที่กำลังดี สังเกตได้โดยเมื่อตัดโคนใบผักกาดดู หากเนื้อของก้านใบฟ่าม หัวผักกาดจะฟ่ามด้วย มักเก็บตอนหัวยังอ่อน เพราะเนื้อภายในนำมาบริโภคและขนาดของหัวก็กำลังดี ไม่ใหญ่เกินไป ตลาดมักไม่ต้องการหัวไชเท้าที่มีขนาดใหญ่มากเกินไป หลังจากการถอนจะนำมาตัดใบออกบ้างให้เหลือเพียงแต่ยอดๆ เท่านั้น โดยเฉลี่ยจะได้ผลผลิตประมาณ 3-5 ต้นต่อไร่

พันธุ์หัวไชเท้า

มักนิยมพันธุ์เบาอายุประมาณ 45-55 วัน รูปทรงของหัวเรียวแหลมทางปลายราก เป็นพันธุ์ K:U.#1 อายุ 42 วัน รากยาวประมาณ 20-20 เซนติเมตร รสไม่เผ็ด ขอบใบหยักเล็กน้อย อีกพันธุ์ที่นิยมคือ O.W.I (แม่โจ้1) เป็นพันธุ์เบา อายุ 45-48 วัน รากยาว 20.5 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 4.5 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 225 กรัม เหมาะที่จะรับประทานสดมากกว่าดองเค็ม ลักษณะใบของพันธุ์พวกนี้เรียบ มีหยักขอบใบเล็กน้อย

พันธุ์ Everest hybrid Takii อายุเก็บเกี่ยว 50 วัน รากยาว 30-35 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 6-7 เซนติเมตร หัวสม่ำเสมอในขนาดใบเรียบ

พันธุ์ Sakata Mino Summer Cross อายุเก็บเกี่ยว 45 วัน รากยาว 45 เซนติเมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 6 เซนติเมตร ผิวรากเรียบสีขาว ฟ่ามยาก ขอบใบหยักลึกมาก

พันธุ์ Ta Tze BarTse เป็นพันธุ์หนักจากไต้หวัน และพันธุ์ลูกผสมจากญี่ปุ่น นิยมปลูกในภาคเหนือและบนภูเขา เพราะสภาพพื้นที่เหมาะ

แหล่งผลิตหัวไชเท้า

หัวไชเท้าปลูกมากที่สุด ทางตะวันตกประมาณ 16,489 ไร่ ได้แก่ ในจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี กาญจนบุรี รองลงมาคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 11,710 ไร่ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น หนองคาย และภาคเหนือประมาณ 9,921 ไร่ ได้แก่ สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์